Practical Process Control for Process Industries (ME47)
หมวดหมู่สินค้า: PET Courses
ราคา 38,000.00 บาท

19 พฤศจิกายน 2016

ผู้ชม 840 ผู้ชม

ลงทะเบียนอบรม

หลักการและเหตุผล                

          อุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยนั้น จะทำงานได้ดีถ้าสภาวะการใช้งานอยู่ในกรอบของค่าที่ได้รับการออกแบบมา และอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า Steady State แต่ในการใช้งานจริง อุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องมีการใช้งานที่มีสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงไปกับเวลา (Transient) อยู่เสมอ ซึ่งจะมีทั้งในกรณีที่เราจงใจหรือต้องการให้เกิดขึ้น เช่น การปรับเปลี่ยน หรือ เปลี่ยนแปลงอัตราการผลิต, การปรับแต่งคุณภาพผลิตภัณฑ์ ตลอดจนในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยบางอย่างที่เราไม่ต้องการ เช่น อุปกรณ์บางตัวเกิดหยุดทำงาน (Trip) หรือเกิดการชำรุดเสียหายในระบบ

                   ในกรณีของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นนี้ ระบบที่จะสามารถช่วยให้เราสามารถรักษาความต่อเนื่องในการผลิตของเราได้ก็คือ ระบบ Process Control นอกจากกรณีข้างต้นที่แล้ว Process Control ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อให้การผลิตใน Continuous Process เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถช่วยให้เครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ มีความปลอดภัยอย่างสูงสุดอีกด้วย จึงอาจกล่าวได้ว่าระบบ Process Control เป็นหัวใจของขบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการผลิตแบบต่อเนื่อง เช่น โรงกลั่นน้ำมัน, ปิโตรเคมี, โรงไฟฟ้า หรือ โรงงานเคมีต่าง ๆ

                    แต่วิชา Process Control ที่สอนในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ มักจะเป็นที่การออกแบบระบบโดยใช้คณิตศาสตร์ขั้นสูงในการวิเคราะห์ทำให้เข้าใจยากและไม่ สามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติจริงในโรงงานเป็นเหตุให้วิศวกรส่วนใหญ่ในโรงงานไม่สามารถใช้สิ่งที่เรียนมาได้เต็มที่ หลักสูตรนี้จะอธิบายวิธีการออกแบบและใช้งานระบบ Process Control และเน้นการใช้งานในเชิงปฏิบัติโดยให้นำการใช้คณิตศาสตร์ให้น้อยที่สุด เพื่อให้สามารถเข้าใจในการใช้งาน วิเคราะห์ปัญหา ตลอดจนสามารถเลือกระบบ และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับเครื่องจักรและระบบเครื่องจักรต่าง ๆ ในโรงงาน

วัตถุประสงค์                  

  1. เพื่อให้มีความเข้าใจในหลักการทำงานของระบบ Control ชนิดต่าง ๆ ตลอดจนสามารถ อ่าน P & ID หรือ Engineering Flow Diagram ได้ดี
  2. สามารถเลือกใช้ Controller ที่เหมาะสมกับงานในโครงการใหม่ ๆ
  3. ช่วยให้เชื่อมต่อช่องว่างระหว่าง วิศวกรต่างสาขา เช่น วิศวกรผลิต, วิศวกรเคมี, วิศวกรเครื่องกลและ วิศวกรเครื่องมือวัด ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกันในการวิเคราะห์ปัญหาในโรงงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน

AGENDA

Duration 3 Days